เลิศศักดิ์ กล่าวปาฐกถาสภาผู้ว่าการธนาคารโลกปี 69 เสนอเสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย

 นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง กล่าวปาฐกถา ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 เสนอแนวทางเสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทยและความร่วมมือระหว่างรัฐสภา รับมือความเสี่ยงข้ามพรมแดน

 

 นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุมระดับสูงของภาครัฐสภา (High-Level Parliamentary Meeting) ในกรอบการประชุมรัฐสภาระดับโลก (Global Parliamentary Forum) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 ตุลาคม 2569 ในห้วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 กล่าวปาฐกถา (Keynote Address) เรื่อง “ไทยบนขอบฟ้าใหม่ ใส่พลังไปที่คน ทนทานต่อความเสี่ยง” (Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience) เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 13.15 – 13.35 นาฬิกา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ 

โอกาสนี้ รองประธานสภาฯ คนที่สอง กล่าวต้อนรับผู้แทนจากทั่วโลกในนามรัฐสภาไทย พร้อมสะท้อนประสบการณ์การพัฒนาเศรษฐกิจของไทย และเสนอทิศทางการปรับตัวของประเทศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และกล่าวย้อนถึงการที่ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลกเมื่อปี 2534 โดยระหว่างปี 2531 – 2538 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากแรงขับเคลื่อนของการลงทุนจากต่างประเทศและการขยายตัวของอุตสาหกรรมสำคัญ อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียเมื่อปี 2540 หรือ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ได้แสดงให้เห็นว่า การเติบโตที่รวดเร็วอาจเผชิญความเปราะบางได้หากขาดการเตรียมพร้อมและระบบเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นเพียงพอ บทเรียนดังกล่าวจึงมีคุณค่าต่อการกำหนดอนาคตของประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาชญากรรมทางไซเบอร์และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจดิจิทัล และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ควบคู่กับปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และกับดักรายได้ปานกลาง จึงจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพของประเทศใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหาร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสุขภาวะ และอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง โดยอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาทักษะแรงงาน และการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ

ทั้งนี้ รัฐสภามีบทบาทสำคัญในการตรากฎหมาย การอนุมัติงบประมาณ การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการเป็นตัวแทนของประชาชน ดังตัวอย่างการผลักดันร่างกฎหมายด้านการจัดการอากาศสะอาด การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การกำกับดูแลตลาดทุน การคุ้มครองผู้บริโภค และความปลอดภัยในการเดินเรือซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทของรัฐสภาในการสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมและเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำว่า ความท้าทายเหล่านี้มิได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศไทย แต่เป็นปัญหาร่วมของนานาประเทศ ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างรัฐสภาผ่านเวทีระหว่างประเทศจึงมีความสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี และการร่วมกันหาแนวทางรับมือกับความท้าทายข้ามพรมแดน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 

ในตอนท้ายของปาฐกถา นายเลิศศักดิ์ เน้นย้ำว่า ปัญหาความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก หนี้ครัวเรือน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอาชญากรรมไซเบอร์ ล้วนเป็นโจทย์ร่วมกันของรัฐสภาหลายประเทศ จึงไม่มีรัฐสภาใดสามารถมีคำตอบต่อทุกปัญหาได้เพียงลำพัง แต่ทุกประเทศสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้ทั้งแนวทางที่ประสบผลสำเร็จและบทเรียนจากข้อจำกัด และร่วมกันพัฒนาความร่วมมือข้ามพรมแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

การเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญของรัฐสภาไทยในการแสดงบทบาทในเวทีเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับโลก ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านนิติบัญญัติและแนวทางปรับตัวของประเทศไทย พร้อมรับฟังข้อเสนอและแนวปฏิบัติจากนานาประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้และความร่วมมือไปสนับสนุนการทำหน้าที่ของรัฐสภาในการตรากฎหมาย พิจารณางบประมาณ และตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมระหว่างประเทศครั้งสำคัญ

ข่าว : กลุ่มงานสหภาพสมาชิกรัฐสภาเอเชียและแปซิฟิก สำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
 
ภาพ/เรียบเรียง : ประสพโชค/กลุ่มงานสื่อมวลชน
สำนักประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *